Propaganda หลอกกันนี่นา

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมายุ่งมากๆจนแทบไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลย
ตอนนี้ว่างขึ้นมาบ้างก็ขอบ่นซะหน่อยตามภาษาคนแก่(ขึ้น) >^ ____ ^<
จะพยายามไม่เข้าโหมดเทศนาแล้วกันนะ ฮาาาา

ในช่วงเทอมที่ผ่านมาผมได้เรียนวิชาการตลาด รู้สึกว่ามันเป็นวิชาที่เปิดหูเปิดตาให้กับตัวเองพอควร
วิชานี้มีจุดประสงค์อย่างเดียวก็คือ ทำยังไงให้ลูกค้าซื้อสินค้าเราตามที่เราต้องการ
โดยหลักๆ หัวใจของการตลาดคือ การส่งมอบคุณค่า(value) ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
คุณค่าในที่นี้ไม่ได้หมายถึงราคา หรือ ฟังก์ชั่นการทำงาน แต่เป็นอะไรก็ได้ที่สามารถตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการได้

เวลาเราดูโฆษณาเครื่องสำอางน้อยครั้งที่เราจะได้เห็นสาระที่เน้นว่าครีมตัวนั้นมีส่วนประกอบอะไรออกฤทธิ์อย่างไร
แต่เราจะได้เห็นหน้าของนางแบบ โฉบไปเฉี่ยวมา เห็นภาพสีผิวเปลี่ยนจากดำเป็นขาวเหมือนร่ายมนต์
เห็นจุดด่างดำและปัญหาอีกล้านแปดประการถูกลบเลือนด้วยการทาครีมปื้ดเดียว ฯลฯ

เพราะ value ของเครื่องสำอาง ไม่ได้อยู่ที่ส่วนผสม แต่อยู่ที่ ความหวัง ของผู้ใช้
หรือเรียกง่ายๆว่าขายฝันนั่นเอง ฝันว่าตัวเองจะขาว ฝันว่าตัวเองจะไม่เหี่ยว หรือฝันว่าตัวเองจะสวยขึ้น
ซึ่งความจริงแล้ว ใครๆก็รู้ว่า คนเราไม่สามารถสวยขึ้นได้ด้วยครีมกระปุกเดียว หรือจะอีกสักพันกระปุกก็ตาม !

หลังๆมานี้วงการเครื่องสำอางชักหนักข้อขึ้น มีโฆษณาอยู่ตัวนึงที่ผมเห็นแล้วอึ้งไปเลย
ครีมที่เข้าใจรักแท้ ? อืมม คิดไปได้เนอะ
เค้าคงเห็นว่าผู้หญิงทุกคนต้องการมีรักแท้ เลยเล่น value ตรงจุดนี้ซะ
ผมไม่คิดว่ามันเวิร์คหรอกนะ เพราะความรักมันเป็นของสูงเกินไป
แต่ก็ไม่แน่ ถ้าทำโฆษณาดีๆกว่านี้ สาวๆก็อาจจะตามหารักแท้ได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป !!

โฆษณาชวนเชื่อเหล่านี้เรียกว่า Propaganda ครับ

มีหลายครั้งที่ Propaganda สามารถชวนให้ลูกค้าเชื่อได้อยู่หมัด
ผมขอยกตัวอย่างธุรกิจนึงที่เด่นชัดมากๆว่าเป็น propaganda นะครับ
ธุรกิจ น้ำต้มไก่ หรือ ซุปไก่สกัด เป็นธุรกิจที่มูลค่ามหาศาล
ใครจะคิดได้ว่าน้ำต้มไก่ขวดเล็กๆที่รสชาติคล้ายปลาร้าดองเค็มนี้ จะสามารถขายได้เป็นพันล้าน
ผู้นำตลาด กำหนดให้ภาพลักษณ์ของตัวเองเป็น ความเก่ง ฉลาด อัจฉริยะ โดยการใช้ presenter ที่โดดเด่นทางด้านนั้นๆ
จนพ่อแม่หลายคนต้องซื้อมาให้ลูกกินก่อนสอบ เพื่อจะให้ลูกฉลาดเหมือนคนในโฆษณา
โดยไม่ได้ฉุกคิดเลยว่า ถึงแม้ไก่ที่เอามาต้มนั้นจะเลี้ยงโดยไอสไตน์ มันก็ไม่ได้ทำให้ลูกฉลาดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ความขยันหมั่นเพียร ศึกษา ฝึกฝน ต่างหากที่ทำให้คนเราเก่งขึ้น
และที่น่าขำไปกว่านั้นก็คือ ผู้เล่นในตลาดอีกรายที่เห็นผู้นำตลาดเจาะกลุ่มคนอยากเก่งแล้ว
จึงหันมาเจาะกลุ่มคนอยากดูดีแทน (หลังๆเปลี่ยนเป็นคนบ้างาน)
เหลือเชื่อไหม พลังแห่งน้ำต้มไก่ทำให้คน ทั้งเก่ง ฉลาด อัจฉริยะ แถมยังดูดีอีกต่างหาก !

 Propaganda ถูกใช้ในการปลุกกระแสความรักชาติ และต่อต้านศัตรู
ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

Propaganda ไม่ได้มีเฉพาะในวงการการค้าเท่านั้นครับ
แต่จริงๆเราถูก propaganda กันมานานแล้ว ทั้งคน และสิ่งรอบตัว

ความเชื่อหลายอย่างที่คนทำตามๆกันมา โดยไม่รู้เหตุผลที่แท้จริง
ใครจะแน่ใจได้ว่า ศาลพระภูมิ ในบ้านของเรา มีเจ้าที่มาอาศัยอยู่จริง
ใครเป็นคนกำหนดว่า แมวดำ คือลางร้าย ทำไมไม่เป็นเป็ดดำหรือหมาดำ

หรือใครจะรู้บ้างว่า คนที่พูดดี ทำดี หรือแม้กระทั้งคนบอกต่อๆกันมาว่าเป็นคนดี จะดีจริง
เพราะสิ่งที่แสดงออกภายนอกมันปลอมกันได้ครับ บางทีเหมือนจนน่าใจหายเสียด้วย

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ไม่ได้บอกให้ทุกคนระวัง propaganda หลอกนะครับ เครียดซะเปล่าๆ
เราไม่สามารถห้ามใครไม่ให้มาหลอกเราได้ ผมเองก็ยินดีให้หลอก ตราบใดที่เรายังมีความสุขอยู่
แต่คนๆเดียวที่ไม่ควรให้เขาหลอกเลยก็คือ

“ตัวเราเอง”  ครับ

การหลอกตัวเอง เป็นสิ่งที่ติดตัวมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว
เรามักหลอกตัวเองอยู่เสมอๆ ด้วยคำพูดในหัว
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง” “แค่นี้ไม่เสียหายหรอกน่า” “เค้าคงคิดอย่างเดียวกับเรา” ฯลฯ
ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่า มันไม่เป็นความจริง

บางครั้งการหลอกตัวเองเพื่อให้ตัวเองสบายใจก็เป็นเรื่องดีคับ
แต่การหลอกตัวเองบ่อยเสียจนไม่รู้จักรับความจริงก็อันตราย
ถ้าเราหลอกตัวเองว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ในขณะที่เรายังทำตัวเหมือนเดิม มันก็ไม่ดีใช่ม๊า

ทำอย่างไรไม่ให้เราหลอกตัวเอง
ก็ต้องเชื่อกฎเหล็กของโลกสองข้อนี้ครับ

ข้อหนึ่ง การทำอะไรก็ตามมีผลกระทบที่จะตามมาเสมอ  – 

เราจะได้ไม่หลอกตัวเองว่าถ้าเราทำเรื่องๆนั้นไปแล้วจะกลายเป็นอากาศธาตุสูญเปล่า
เราทำร้ายใครไว้ เค้าก็เจ็บ และมีโอกาสที่จะทำร้ายเราคืน เป็นธรรมดา
หรือหลอกตัวเองว่าอยู่เฉยๆ แล้วอะไรๆมันจะเกิดขึ้นเอง
เช่นวาดฝันในอนาคตไว้สวยงาม แล้วก็นั่งจ๋องอยู่ที่เดิม อีกสักพันปีแสงความฝันก็ไม่เป็นจริงคับ

ข้องสอง สิ่งต่างๆเปลี่ยนแปลงเสมอ และเป็นไปตามกฏข้อแรก –

เราจะได้ไม่ยึดว่า อะไรๆมันก็ต้องอยู่กับเราตลอดกาล ทั้งเรื่องทุกข์และเรื่องสุข
เรื่องทุกข์ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ได้ก็ไม่ได้ติดตัวเราไปตลอด สักวันมันก็จากไปอยู่ดี
พอรู้อย่างนี้แล้วก็ปล่อยวางมันไปได้ จะทุกข์ทำไมกับสิ่งที่ไม่จีรัง
ส่วนความสุขก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราเข้าใจว่าสักวันก็ต้องมลายไป
เมื่อวันเวลาแห่งความสุขพ้นผ่าน ก็จะได้ไม่คิดมาก

เมื่อเราไม่หลอกตัวเองเสียแล้ว คนอื่นก็หลอกเรายากแล้วหละครับ  ^ ____ ^

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s