หญิงสาวในพงหญ้า

ท่ามกลางความมืดบนท้องฟ้า พระจันทร์ครึ่งดวงปรากฏเด่นอยู่อย่างเดียวดาย แสงจันทร์ทอทาบบนพื้นโลกโดยมีคนสนใจไม่
ในเมืองใหญ่แห่งนี้แสงจันทร์ไร้ค่ากว่าหลอดฟลูออเรจเซนต์ 
บนถนนเปล่าเปลี่ยวยามดึกสงัดคงมีแต่ควันแสงสีเหลืองส้มของไฟข้างถนนลอยคละคลุ้งอยู่บนอากาศ
 
ชายหนุ่มตัดสินใจจอดรถในซอยเปลี่ยวแห่งนั้น ซอยที่ไม่ปรากฏความเจริญของเมืองหลวง
ยังคงมีทุ้งหญ้ารกร้างสูงเหนือเข่า ทุ้งหญ้าที่เคยเขียวขณะนี้กลับเป็นสีดำทมิฬ
ไกลออกไปมีแสงสีขาวอยู่สองสามเส้นบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นบ้านคน
เขาดับไฟหน้ารถเปิดเฉพาะไปตัดหมอกให้ยังพอแต่ยังพอเห็นทางสลัวๆ
เขาเพิ่งเจอทำเลเหมาะๆที่จะเปลี่ยนเป็นสุขาสาธารณะ หลังจากที่อัดอั้นมานาน
 
ขณะที่เขายืนปัสสาวะพร้อมฮัมเพลงทำลายความเงียบอยู่นั้น
สายตาเหลือบไปเห็นวัตถุสีขาวคล้ายอวัยวะของมนุษย์แทรกออกมาจากพงหญ้าข้างๆ
เสียงเพลงที่ออกจากปากหยุดลงทันทีเหลือแต่ความเงียบและเสียงแมลงอื้ออึงอยู่รอบข้าง
หลังจากรวบรวมความกล้าอยู่พักใหญ่ เขาก็สะบัดอุปกรณ์ระบายความทุกข์สองสามครั้งจึงเก็บเข้าที่
แล้วค่อยๆย่างก้าวเหมือนกลัวว่าจะทำสิ่งๆนั้นตื่น
เมื่อเงื้อคอผ่านพงหญ้าที่บังอยู่ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเป็นหญิงสาวนอนไร้สติ ท่อนล่างเปลือยเปล่า
กระโปร่งตัวสั้นกองอยู่ที่ข้อเท้า ท่อนบนเสื้อเชิ้ตสองซีกอยู่ดึงออกจากกัน เสื้อชั้นในถูกฉีกยับไม่เหลือสภาพ
ถึงฟ้าจะมืดแต่ก็ยังพอมองออกว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นคนผิวขาวเนียน มีหน้าตาน่ารักภายใต้เครื่องสำอางที่พอกหนา
ชายหนุ่มผงะเล็กน้อยก่อนมองไปอีกทีที่หน้าอกของหล่อนอย่างสังเวชใจ 
 
‘ยังหายใจอยู่’  เขาสังเกตถึงความเคลื่อนไหวของปทุมถันทั้งสอง
 
“คุณครับ”  เขาพูดเหมือนกระซิบแล้วค่อยๆเพิ่มเสียงขึ้นอีกสองสามครั้งแต่หญิงสาวยังคงไร้สติ
 
เขามองไปรอบๆไม่มีโทรศัพท์สาธารณะแถวนั้นสำหรับเรียกตำรวจ บ้านคนอยู่ไกลออกไปจนแทบไปเห็นเป็นบ้าน
เขาหันรีหันขวางก่อนที่จะค่อยๆเอื้อมมือไปเพื่อปลุกหญิงสาว เขาเบนหน้าหนีราวกับเป็นเศษซากเน่าเปื่อยกองอยู่ข้างหน้า
ตาของหญิงสาวค่อยๆเปิด เธอมองไปที่ร่างกายอันแสนเจ็บปวดสีหน้าจากมึนงงกลายเป็นเศร้าหมองน้ำตาไหลพราก
 
“คุณครับ” ตาหญิงสาวเบิกโพรงหันควักไปทางต้นเสียง เป็นเงาชายร่างใหญ่นั่งอยู่ข้างๆศีรษะ
 
“อย่าเข้ามานะออกไป” หญิงสาวผลักตัวหนีพร้อมจัดกระโปรงให้เข้าที่ มือสองข้างยึดเสื้อเชิ้ตสองซีกให้ติดกัน
 
“เดี๋ยวก่อนครับผมมาช่วยคุณนะครับ” ชายหนุ่มลุกยืนชูมือสองข้างขึ้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ กางเกงหลุดลงมาจากเอวเล็กน้อย
ด้วยความตื่นเต้นนั่นเองเขาลืมรูดซิบขัดเข็มขัดหลังจากทำธุระเสร็จ ชายหนุ่มลนลานจัดกางเกงและขัดเข็มขัดให้เข้าที่
 
“อย่…อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับคื…คือ… เออ…ผมมาทำธุระแถวนี้ แล้วมาเจอคุณในสภาพนี้ ผมมาช่วยนะครับ”
หญิงสาวร้องไห้ฟูมฟายไม่มีสติที่จะรับรู้อะไร
 
“อย่าเข้ามานะ “ “อย่าทำอะไรฉันเลย” “ไป…ออกไป”
หญิงสาวพร่ำพูดอยู่สองสามประโยคพร้อมกับร้องไห้ราวคนเสียสติ
 
“คุณลองมองหน้าของผมดีๆสิครับผมไม่ใช่คนที่ข่ม… เออทำร้ายคุณนะครับ” หญิงสาวตั้งสติเหลือบตาขึ้นมองอย่างหวาดกลัว
 
“ฉันจำคนที่พาฉันมาที่นี้ไม่ได้”หญิงสาวพูดเสียงสั่นเครือ
 
“เออถ้าคุณไม่เชื่อใจผม นี่ครับนามบัตรของผม ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลดีไหมครับ”
ชายหนุ่มยื่นนามบัตรให้แต่หญิงสาวกลัวที่จะรับชายหนุ่มจึงวางไว้ข้างๆตัวหญิงสาว
 
เมื่อหยิบนามบัตรขึ้นมาดู ความทรงจำก่อนหมดสติพรั่งพรูขึ้นมาเหมือนกับลาวาไหลออกจากปากปล่องภูเขาไฟพร้อมกับความกลัวเออล้นออกมาบนใบหน้า 
บนนามบัตรนั้นมีตัวอักษร ใหญ่หนาสีดำแสดงชื่อเจ้าของนามบัตร
ถัดลงมาเป็นระบุตำแหน่งผู้จัดการ
แต่ที่สะดุดความทรงจำของหญิงสาวคือโลโก้ของบาร์ที่มุมซ้ายบน บาร์ที่เป็นความจำสุดท้ายของเธอก่อนหมดสติ
หลังจากดื่มเครื่องดื่มแก้วนั้น เครื่องดื่มที่ชายนิรนามฝากส่งมาให้
เธอดื่มมันอย่างไม่คิดอะไรเพราะความเศร้าหลังจากเพื่อนชายเพิ่งบอกเลิกกับเธอ
และใบหน้าสุดท้ายที่ปรากฏอยู่ในความทรงจำก็คือใบหน้าของผู้จัดการบาร์แห่งนั้นที่นำเครื่องดื่มมาให้
ผู้จัดการบาร์แห่งเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนนามบัตร 
หญิงสาวพยายามใช้แรงกำลังที่เหลืออยู่เพื่อหนีจากเงาซาตานที่อยู่ตรงหน้า
 
“แกนั่นเองที่มอมฉัน”
 
ชายหนุ่มครุ่นคิดด้วยความสับสนกับคำที่หญิงสาวพูด เขาทำงานเป็นผู้จัดการ
หน้าที่ของเขาคือตรวจความเรียบร้อยในบาร์ แต่ในบางครั้งเขาก็ถูกเรียกใช้เหมือนเด็กเสริฟ
บางครั้งก็ส่งเครื่องดื่มหรือโน้ตระหว่างโต๊ะ ความคิดบังเกิดขึ้น
หญิงสาวคนนั้น หญิงสาวที่มาคนเดียวพร้อมกับสีหน้าที่เศร้าสร้อย
มีคนฝากส่งเครื่องดื่มของเขาให้เธอ โดยไม่ให้เปิดเผย หลังจากนั้นเขาก็เข้าไปไม่ได้กลับออกมาที่บาร์อีก
เขากลายเป็นผู้ต้องสงสัยเสียแล้วหรือนี่
               
แสงไฟจากรถจักรยานยนต์วาบเข้ามาในความมืด ใบหน้าของทั้งสองปรากฏต่อกันโดยปราศจากความมืดปิดบัง
 
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” หญิงสาวตะโกนสุดเสียง
 
ด้วยความตกใจชายหนุ่มถลาเข้าไปปิดปาก หญิงสาวใช้อวัยวะทุกส่วนที่ขยับได้ขัดขืนสุดชีวิต
 
“โอ๊ย” ชายหนุ่มร้องเสียงลั่น กล่องดวงใจของเขาถูกเข่ากระแทกเข้าอย่างจัง
ด้วยความโกรธและลืมตัว หมัดของเขาปะทะหน้าของหญิงสาวเต็มแรง
               
รถจักรยานยนต์คันนั้นขับผ่านไปอย่างไม่สนใจ ความเงียบปรากฏในซอยเปลี่ยวอีกครั้ง 
ชายหนุ่มยืนมองร่างของหญิงสาวที่ไร้สติจากหมัดของเขา ชายหนุ่มใช้ความคิดอย่างหนัก
 
เขาตัดสินใจอุ้มหญิงสาวขึ้นรถแล้วขับออกไป
               
พระอาทิตย์ส่องแสงขึ้นอีกครั้ง ท้องถนนกลับมาวุ่นวาย ชีวิตกลางคืนจบสิ้นลง
สามวันแล้วชายหนุ่มตื่นขึ้นมาในเวลาบ่าย ใบหน้าบ่งบอกถึงความกลัดกลุ่ม
เขาเปิดหนังสือพิมพ์มองหาข่าวที่ต้องการ ‘ข่มขืนนักศึกษาถ่วงน้ำ’
 
เมื่ออ่านรายละเอียดของข่าวจบลง เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้จะมีความเศร้าอยู่ในดวงตา แต่กลับปรากฏรอยยิ้มที่มุมปาก
 
“ไม่ใช่ความผิดของกู”
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to หญิงสาวในพงหญ้า

  1. Prem says:

    555 ตลกดีอ่ะเรื่องนี้ ไม่รู้ตอนนั้นแต่งได้ยังไง
    รู้สึกมันไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่เลยแฮะ
    แต่ช่างเถอะ เอาไว้ว่างๆจะมาเกลาทีหลัง

  2. Lapat says:

    ชอบว่ะ "ไม่ใช่ความผิดของกู"

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s