My Top 5

ทุกๆคนย่อมมี สุดยอดที่สุดในใจ และนี่คือสุดยอดที่สุด 5 อันดับของผมครับ
 
                                                         Top 5 Movie                                                       
เริ่มต้นที่ หนังก่อนเลยนะครับ โดยส่วนตัวเป็นคนชอบดูหนังมากๆ หนังที่ประทับใจก็มีหลายเรื่องถ้าจะให้พูดถึงหนังที่ชอบก็คงพูดได้ไม่จบ อาจจะต้องเปิดอีก entry นึง เอาเป็นว่าผมคัด 5 เรื่องที่ดูบ่อยที่สุดและประทับใจมากที่สุดก็แล้วกัน
5. Rashomon
 
 
ผู้กำกับ : อาคิระ คุโรซาวา
 
หนังแสดงที่ประทับใจ : Takashi Shimura เล่นเป็น คนตัดฟืน (ออกนิดเดียวแต่ชอบเป็นการส่วนตัว ตั้งแต่ seven samurai)
 
อธิบายหนังแบบง่ายๆ : เป็นภาพยนต์ขาวดำ แบบเก่าสุดๆ ทั้งเรื่องมีแค่3ฉากได้มั้งและเนื้อหาก็มีนิดเดียวแต่เล่าสี่รอบแบบไม่ซ้ำกัน(งงไม๊เนี้ย) อธิบายไม่ค่อยถูกอ่ะเพราะไม่ได้ดูนานล่ะ จุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยพลังและข้อคิดเชิงด้านมนุษยนิยม
 
ฉากที่ชอบ : แน่นอนว่าทุกคนที่ชอบหนังเรื่องนี้ต้องชอบฉากจบ ที่เฉลยว่ามนุษย์ทุกคนล้วนไว้ใจไม่ได้จริงหรือ? (อ่าว ตกลงมันเฉลยหรือถามเนี้ย)
 
4. Schindler’s List
 
 
ผู้กำกับ : Steven Spielberg
 
นักแสดงที่ชอบ : Ben Kingsley เล่นเป็น Itzhak Stern (เสมียนของ schindler)
 
อธิบายหนังแบบคร่าวๆ : Master piece ของผู้กำกับในดวงใจของผม Steven Spielberg หนังที่สร้างมาจากเรื่องจริงของ Oskar Schindler นายทุนชาวเยอรมัน ที่กอบโกยประโยชน์จากสงครามโลกครั้งที่สองด้วยการจ้างเชลยชาวยิวด้วยค่าตัวแสนถูกเพื่อผลิต ยุทโธปากรณ์ ขายให้กองทัพเยอรมัน(ประโยชน์สองเด้งเลยหัวใสจริงๆ) แต่จนแล้วจนรอด จากนายทุนผู้เอาเปรียบก็กลายเป็นพ่อพระช่วยเหลือชาวยิวจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้กว่า 2000 คน (ปัจจุบันลูกหลานชาวยิวเหล่านั้นเรียกตัวเองว่า Schindler Jew)
 
ฉากที่ชอบ : เนื่องจากหนังมันเป็นขาว-ดำ แล้วจู่มันมีฉากหนึ่งที่กลับมีสีขึ้นมาโดยที่ผมไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีฉากนี้ เป็นเหตุผลว่าทำไม Spielberg จึงกลายเป็นผู้กำกับในดวงใจของผมและเป็นพ่อมดแห่งฮอลีวูด ส่วนฉากนั้นเป็นอะไรและสื่ออะไรก็ต้องไปดูเอาเองนะ
 
คำพูดจากหนังที่ประทับใจ : ช่วยหนึ่งชีวิต เท่ากับช่วยทั้งโลก
 
3. Lord of the rings Trilogy
 
 
ผู้กำกับ : Peter Jackson
 
นักแสดงที่ประทับใจ : Ian McKellen เล่นเป็น Gandalf
อธิบายหนังแบบคร่าวๆ : ด้วยความที่หนังมันมีสามภาคก็เลยขี้โกงเอาจับมารวมเป็นเรื่องเดียว คงไม่ต้องอธิบายมากเพราะคิดว่าคงเคยดูกันเกือบทุกคนอยู่แล้ว หนังมหากาพย์ แฟนตาซีที่ทำได้สมบูรณ์เอามากๆ ทั้งสเปเชียลเอฟเฟกต์และทีมนักแสดง หนำซ้ำเรื่องราวยังชวนติดตามและแฝงข้อคิดมากมาย หนังตัวเต็มๆยาวภาคละ 4 ชั่วโมง รวมๆก็ 12 ชั่วโมง ว่าจะหาเวลาดูรวดเดียวสามภาค เอาให้ตาแฉะไปเลย
 
ฉากที่ชอบ : ชอบฉากที่ผีตัวเขียวอ่ะ เก่งโคตร ถ้ามาตอนแรกก็ชนะไปตั้งนานแล้ว
 
คำพูดจากหนังที่ประทับใจ : จำคำพูดจริงๆไม่ได้แต่ประมาณว่า ที่ฉันยอมทำก็เพราะเชื่อในความดี ว่ามีอยู่จริง
 
 
2. Shawshank Redemption
 

 
ผู้กำกับ : Frank Barabont
 
นักแสดงที่ประทับใจ : Tim Robbin
 
อธิบายหนังแบบคร่าวๆ :  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในคุก พระเอกเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกจำคุกตลอดชีวิต ถึงแม้ว่ากรงจะสามารถขังตัวได้แต่เขาไม่ยอมให้ขังความเป็นคนของเขา หนังสุดยอดจริงๆชนิดที่ว่าใครได้ดูก็ต้องเอาไปบอกเพื่อนว่าดีจริงๆ แต่เชื่อหรือไม่หนังเรื่องนี้ได้ราววัลน้อยมากๆ แถมเข้าฉายในโรงก็เจ๊งสนิท แต่จากปากต่อปากทำให้มีคนเช่าหนังเรื่องนี้ไปดูสูงเป็นประวัติการ  เพราะฉะนั้นใครยังไม่ได้ดูไปหาดูซะนะ
 
ฉากที่ชอบ : ฉากตอนเฉลยการแหกคุก
 
คำพูดจากหนังที่ประทับใจ : ชีวิตที่ปราศจากความหวังก็ไร้คุณค่า (ไม่มีในหนังหรอก สรุปเอาเอง)

 
1. Saving Private Ryan
 

 
ผู้กำกับ : Steven Spielberg
 
นักแสดงที่ประทับใจ : Tom Hank
 
อธิบายหนังแบบคร่าวๆ :  หนัง master piece อีกเรื่องของ spielberg และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังสงครามโลกครั้งที่สองที่ดีที่สุด เมื่อทหารแปดนายถูกส่งไปหาตัว ryan ผู้สูญเสียพี่ชายไปแล้วสามคนในสงคราม ทางการจึงต้องการให้พาเขาส่งกลับบ้าน หนังส่อแววความยอดเยี่ยมมาตั้งแต่พล๊อตเรื่อง และเมื่อได้ผู้กำกับชื่อ spielberg และได้พระเอกชื่อ tom hank ทุกอย่างก็หายห่วง หลายคนอาจจะไม่ชอบ(อย่างเช่นพี่สาวผมเป็นต้น) แต่สำหรับผมแล้วดูกี่รอบๆก็ไม่เบื่อ
 
ผู้กำกับแฝงข้อคิดเอาไว้ตลอดทั้งเรื่อง มีหลายฉากที่ดูแล้วเจ็บจิ๊ดๆ เช่น"ทำไมมันไม่เข้าไปช่วยฟ่ะ แค่เดินต่ออีกสามก้าวเพื่อนก็รอดตายแล้ว" หรือ "เค้าอุตส่าห์ปล่อยแกไปแล้วยังย้อนกลับมาฆ่าเขาได้" แต่สุดท้ายคำตอบที่ได้กลับเป็นว่า พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ผิดหรือขาดคุณธรรมแต่อย่างใด สงครามต่างหากที่เป็นตัวบีบบังคับ หนังยังเล่นกับคำว่า หน้าที่ ค่อนข้างเยอะ เห็นได้จากชื่อเรื่องเลยทีเดียวที่คำว่า saving เป็นตัวหนา ในขณะที่ ryan เป็นตัวบาง เหมือนกับสื่อให้เห็นว่า ryan ไม่ใช่คนสำคัญที่ต้องเสียสละคนแปดคนไปช่วย แต่เป็นภาระหน้าที่ที่ได้รับมาต่างหากที่พวกเขาต้องทำให้ลุล่วง
 
ผมดูหนังเรื่องนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 รอบ ด้วยความที่ว่ามันเป็นหนังประเภทดูเอามันก็ได้หรือดูเอาข้อคิดก็ดี แต่ที่แน่ๆ ผมชอบหนังสงครามอ่ะ แบบว่าโรคจิดนิดๆชอบดูคนยิงกัน เหอะๆๆ 
 
ฉากที่ชอบ : ทุกฉาก
 
คำพูดจากหนังที่ประทับใจ : earn it (อยู่ให้คุ้ม)
 
☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺
 
                                                         Top 5 Book                                                        
 
5. ต้นส้มแสนรัก
 
 
ผู้แต่ง : โจเซ่ วาสคอนเซรอส
 
ระยะเวลาในการอ่าน :  1 สัปดาห์
 
กล่าวถึงหนังสือ : หนังสือเรียกน้ำตา และหดหู่ที่สุดที่เคยอ่านมา แรกทีเดียวไม่ได้สนใจอ่านหนังสือซักเท่าไหร่ แต่เห็นแม่กับพี่อ่านเรื่องนี้ แล้วน้ำตาไหลกันหมด แบบไหลพลักๆ กันทั้งสามคน ก็เลยสงสัยว่ามันจะเศร้าอะไรขนาดนั้น สบโอกาสเลยเอามาอ่านบ้าง เท่านั้นแหละ ชีวิตอยู่ในช่วงมืดมนไปหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ T T หนังสือมันไม่ได้เศร้าแบบ การสูญเสีย เช่นพ่อตาย แม่ตาย คนรักตาย แต่มันเศร้าจากความไม่มีต่างหาก ถึงแม้ว่าตอนที่เศร้าที่สุดจะเป็นจากการจากไปของต้นส้มแสนรัก แต่มันก็เป็นการสูญเสียสิ่งที่มีอยู่สิ่งสุดท้าย ประมาณว่าเหลืออยู่แค่ต้นส้มยังจะมาเอาของตรูไปอีก เนื้อเรื่องผมจำได้ไม่ค่อยชัดเจนเพราะอ่านมานานมากแล้ว จำได้อยู่อย่างเดียวคือ เศร้าว่ะ
 
4. Lord of The Rings
 
 
ผู้แต่ง : JRR Tolkein
 
ระยะเวลาในการอ่าน : 6 เดือน
 
กล่าวถึงหนังสือ : ใครเคยเห็นหนังสือก็คงพอนึกภาพออกว่ามันยาวขนาดไหน แน่นอนว่ารายละเอียดในหนังสือมีมากกว่าหนังอยู่แล้ว แต่ถ้าถามว่า ระว่างอ่านหนังสือกับดูหนังแบบไหนสนุกกว่าก็คงต้องตอบว่าดูหนังสนุกกว่าแน่นอน กลับกันถ้าถามว่ารักหนังสือหรือหนังมากกว่ากัน คงตอบอย่างไม่ต้องคิดเหมือนกันว่ารักหนังสือมากกว่า จำได้ว่าตอนที่อ่านเล่มสุดท้ายจบ มันรู้สึกแบบว่าไม่อยากให้จบ เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลย ก็แบบว่าอ่านทุกวัน วันละสามสี่หน้าอ่ะนะ พอจบปุ๊บก็เลยไม่มีอะไรทำเลย แต่ที่แน่ๆอ่านหนังสือจะรู้สึกผูกผันกับตัวละครมากกว่า และรายละเอียดก็เยอะกว่ามากๆด้วย เช่น ตอนจบฟาราเมียร์ได้กับเจ้าหญิงเอโอวีน หรือ ซารูมานไปป่วนที่ไซร์ตอนท้ายๆเรื่อง
    อย่างไรก็ตามในหนังสือบางครั้งก็หน้าเบื่อเหมือนกัน เช่น เลโกลัสก็เอาแต่ร้องเพลง(ที่จริงมันก็เพราะนะแต่ผมอารมณ์ไม่สุนทรีย์ซะด้วย) หรือเดินข้ามป่าทีนึงใช้เวลาเป็นบทๆ เล่นเอาง่วงนอนเหมือนกัน ก็เลยกลายเป็นหนังสือกล่อมนอน ง่วงเมื่อไหร่ก็หลับ กรั่กๆๆ
  
3. Angels & Demons
 
 
ผู้แต่ง : Dan Brown
 
ระยะเวลาในการอ่าน : 3 วัน
 
กล่าวถึงหนังสือ :  หลังจากดังเป็นพลุแตกจาก the Davinci Code แดน บราวน์ ก็ออกหนังสือเล่มที่สอง ที่ใช้ชื่อเป็นภาษาไทยว่า เทวากับซาตาน  เป็นเรื่องราวของ โรเบิร์ต แลงดอน คนเดียวกะ ดาวินชี่นั่นแหละ แต่เรื่องนี้เกิดก่อน  เป็นเรื่องราวความขัดแย้งของ ศริสจักร กับ วิทยาศาสตร์  ความศรัทธา กับ เหตุผล  ปาฎิหาริย์ กับ  ปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือ พระเจ้า กับ สมการทางวิทยาศาสตร์  โดยรวมแล้วความหน้าเชื่อถือของหลักฐานที่ยกมาอ้าง ยังเทียบ ดาวินชี่ไม่ได้ เหมือนแค่จับนู้นมาชนนี้เฉยๆ แต่ความสนุก ความตื่นเต้น และเหตุการณ์ที่เกิด สนุกกว่า ดาวินชี่พอสมควร และที่ยังคงความเป็น แดน บราวน์ เอาไว้ได้ก็คือ วางไม่ลงจริงๆ  เชื่อว่าใครหลวมตัวอ่านซักบทสองบท รับรองว่าคืนนั้นไม่ได้นอนแน่ๆ โฮะๆๆ
 
2. Follow Your Heart
 
 
ผู้แต่ง :  Andrew Mathews
 
ระยะเวลาในการอ่าน : เรื่อยๆ
 
เกี่ยวกับหนังสือ : มันไม่ใช่หนังสือเด่นดังอะไร แต่ด้วยความดีของมัน ทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูด แปลกันหลายสิบภาษา หนังสือที่ควรค่าแก่การมีไว้ครอบครอง  ใครกำลังห่อเหี่ยวหัวใจ สิ้นหวัง รู้สึกว่าตัวเองไร้คุณค่า หมดกำลังใจ มืดมนหนทาง เมื่ออ่านหนังสือนี้ จะได้กำลังใจมหาศาล เหมือนกคนแต่งรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วจิ้มไปที่ใจดำๆของคุณให้มันหมดจดภายในพริบตา  ไปหาอ่านนะ แนะนำๆ
 
1. โอวาทสี่ของท่านเหลียวฝาน
 
 
ผู้แต่ง : ท่านเหลียวฝาน
 
ระยะเวลาอ่าน : 3 ชั่วยาม
 
กล่าวถึงหนังสือ : มาแรงแซงทางโค้งครับเล่มนี้ ด้วยเหตุที่ว่า เป็นหนังสือที่ผม อ่านมากรอบที่สุด ประมาณ 10 กว่ารอบแล้วมั้ง ด้วยตัวเล่มที่กระจิ๋วหลิว ราคาก็แค่ 35 บาท แต่หนังสือธรรมะเล่มนี้สอนอะไรต่างๆกับผมมากมาย ทั้งยังให้กำลังใจมากมาย หนังสือแต่งขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อนโดยท่านเหลียวฝานซึ่งตั้งใจจะเขียนเอาไว้ให้บุตรของท่านได้อ่านเป็นข้อคิดในการดำรงชีวิต หนังสือแบ่งเป็นสี่ตอน คือ การแก้ไขชะตาชีวิต การแก้ไขความผิด การสร้างความดี และ ความถ่อมตน ด้วยความที่ว่าการเขียน เป็นแบบพ่อสอนลูก ทำให้เมื่ออ่านก็เหมือนรับการอบรมจากพ่อ อย่างอบอุ่น อืมม์ดีจริงๆนะ
 
☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺
 
                                                      Top 5 Artist                                                       
 

5. บอย โกสิยะพงษ์

4. Linkin Park
3. Friday
2. Bodyslam
1. Armchair
 

☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺
 
                                                    Top 5 Website                                                     
รวมเว็ปไซต์ที่ผมเข้าบ่อยที่สุด 
 
 

☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺
 
                                                Top 5 Good Website                                                   
รวมเว็ปไซต์ดีๆที่ควรเข้าไปสักครั้ง 
5.
4.

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s